[APH Fic] Yes, I hate you!!! --USxUK
posted on 14 May 2009 11:00 by clowns-chuckle in fiction
♦ Axis Power Hetalia เป็นการ์ตูนที่มีเนื้อหาเสียดสี โดยตัวละครในเรื่องได้ดัดแปลงมาจากประเทศต่างๆ ไม่มีส่วนเกี่ยวข้องกับบุคคล สถานที่ หรือเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นจริง กรุณาใช้วิจารณญาณในการอ่าน
(ก๊อปน้องมาทั้งดุ้น กร๊ากกกก)
Yes, I hate you!!!
United States x United Kingdom
ร่างโปร่งนั่งจ้องประตูไม้สีเข้มมาแล้วพักใหญ่ เพราะมีคนบางคนส่งข่าวมาบอกว่าจะมาเยี่ยมในวันนี้ เขาจึงได้ระวังตัวเป็นพิเศษมากๆ มือข้างขวาของเขากำปากกาไว้ เพื่อแสร้งทำเป็นว่ากำลังขีดเขียนอะไรบางอย่างอยู่ และไม่ว่างที่จะคุยนัก ส่วนมือซ้ายก็แสร้งเปิดหนังสือ ‘โลกและข้อมูล’ ทิ้งไว้ เป็นการย้ำทางอ้อมให้แขกผู้มาเยือนได้รู้ว่าเขาไม่ว่างจริงๆ
ก๊อกๆๆ
...มาแล้ว!!...
“เข้ามา” อาเธอร์ก้มหน้าขีดๆเขียนๆกระดาษไปเรื่อยตามแผนการที่วางไว้ตั้งแต่แรก ไม่แม้แต่จะเงยหน้ามองอาคันตุกะที่เดินดุ่มๆเข้ามานั่งบนเก้าอี้ตรงข้ามโต๊ะทำงาน อาเธอร์กระชับเสื้อนอกตัวเองให้แน่นเข้า
“อะแฮ่ม!!!~” อีกฝ่ายกระแอม
“มะ...มีอะไร” แม้จะเตรียมตัวมาดีแล้ว แต่เจ้าบ้านก็ยังออกอาการสะดุ้งเล็กน้อยถึงปานกลาง อาเธอร์วางมือจากปากกามาขยับเนคไทที่คอกลบเกลื่อน
“แขกที่มี ‘ความสัมพันธ์แบบพิเศษ’ มาเยี่ยมบ้านทั้งทีนายจะต้อนรับแค่นี้เองรึไง?” เจ้าเด็กเมื่อวานซืนเลิกคิ้วถามเขาหน้าตาย นัยน์ตาสีมรกตจ้องหน้าเด็กโข่งนิ่งๆ อย่างไม่คิดจะตอบอะไรเป็นพิเศษ
ทำไมคนอย่างอาเธอร์ เคิร์กแลนด์จะไม่รู้เหตุผลที่ไอ้เด็กบ้าบุกรุกบ้านเขา(แม้ว่ามันจะโทรมาบอกแล้ว แต่เขาก็คิดว่ามันยังบุกรุกบ้านเขาอยู่ดี) เพราะเมื่อหลายวันก่อนเจ้านี่ลากเขาไปเข้าร่วมประชุมที่บ้านมัน แถมยังประกาศต่อหน้าสาธารณชนทั่วโลกว่าจะฟื้นฟู ‘ความสัมพันธ์แบบพิเศษ’ หรือไอ้ Special Relationship อะไรนั่นระหว่างเขากับมันให้แน่นแฟ้นยิ่งขึ้น ตัวเขาเองก็ดันนึกว่าไอ้เด็กนี่อยากได้ผลประโยชน์ทางการค้า เลยตอบตกลงไปซะ ที่ไหนได้.... เอาไปป่าวประกาศซะคนอื่นๆจิ้นกันตายไปข้าง…
“แล้วจะให้ต้อนรับยังไงไม่ทราบ” อาเธอร์เชิดหน้าถาม
“หึ” ไอ้เด็กบ้า!!!! อย่ามาหัวเราะในลำคอด้วยเสียงแบบนั้นนะฟ้อย!!!
“ก็....” อัลเฟรดโน้มตัวข้ามโต๊ะทำงานเข้าไปหาร่างโปร่ง “แบบพิเศษๆหน่อยไง...”
“อะ....” ใบหน้าขาวขึ้นสีแดงเรื่อ สัมผัสได้ถึงลมหายใจอุ่นๆที่เริ่มเคลื่อนใกล้เข้ามาจนดวงตาสีมรกตต้องตัดสินใจปิดลงแน่น
แปะ...
“หา?” อาเธอร์ค่อยๆลืมตามอง ‘อะไรบางอย่าง’ ที่แปะลงบนหน้าเขาตอนที่เขาหลับตาลงเมื่อครู่ ห่อกระดาษกลมๆอุ่นๆร่วงผล็อยตามแรงโน้มถ่วงลงบนหน้าตักเขา แฮมเบอร์เกอร์อันไม่ใหญ่ไม่เล็กส่งกลิ่นหอมจางๆพอให้อาร์เธอร์ได้หายจากอาการมึนงง
“อะ...อะไรเนี่ยเจ้าบ้า!!!!” ร่างโปร่งลุกขึ้นยืน พลางหยิบเจ้าก้อนแฮมเบอร์เกอร์ยื่นไปตรงหน้าอีกฝ่าย
“ก็แฮมเบอร์เกอร์ไง” ร่างสูงพูดพร้อมรอยยิ้ม อัลเฟรดค่อยๆเดินอ้อมโต๊ะมาหยุดอยู่ตรงหน้าของอดีตผู้ปกครอง “ทำไมเหรอ?”
“นึกว่านาย...” อาเธอร์หลบสายตาพราวระยับของอัลเฟรด ใบหน้ายังคงซับสีจาง
“อ้อ... คิดว่าฉันจะทำอะไรลุงรึไง?” เจ้าเด็กโข่งหัวเราะหึในลำคอ นัยน์ตาสีไพลินกวาดมองเสื้อนอกของคนตรงหน้าช้าๆ
“แต่เสื้อนอกนายก็เปื้อนหมดเลยน๊า... ถอดเหอะ” ว่าเข้าง่ายๆ ร่างสูงทำท่าจะเดินเข้าไปปลดกระดุมเสื้อนอกให้ด้วยความหวังดี
“ไม่!!!” อาเธอร์ปาแฮมเบอร์เกอร์กลับไปหาร่างสูง พลางกำกระดุมเสื้อนอกตัวเองไว้แน่น ในตอนนี้อาเธอร์ไม่ได้สนใจอะไรทั้งนั้นนอกจากสวัสดิภาพความปลอดภัยทางเอกราชของตัวเอง
“นายปาแฮมเบอร์เกอร์ฉันอีกแล้วนะ” อัลเฟรดวางแฮมเบอร์เกอร์ที่รับมาจากร่างโปร่งไว้บนถาดน้ำชาเย็นชืด ที่เจ้าของตั้งทิ้งไว้ตั้งแต่เช้า
“อย่ามาหลุดประเด็น... ตกลงนายมาที่นี่ทำไม” อาเธอร์ย้ายตัวเองจากเก้าอี้ทำงานมาเป็นโซฟาตัวยาว
“ก็บอกตั้งแต่ตอนโทรศัพท์มาแล้วไงว่าจะมาสานสัมพันธ์แบบพิเศษน่ะ เคยสนใจบ้างมั๊ยเนี่ย” อัลเฟรดขยับแว่นตาพลางทำสีหน้าเหมือนจะหงุดหงิด
“ก็ที่ฉันสงสัยคือไอ้สานสัมพันธภาพพิเศษบ้าบออะไรของนายนั่นน่ะมันคืออะไรกันแน่!! นายต้องการอะไรกันแน่อัลเฟรด เอฟ. โจนส์” ร่างโปร่งขึ้นเสียง เห็นแว่นตานั่นแล้วความหงุดหงิดยิ่งเพิ่มขึ้นเป็นเท่าตัว
“นายอย่าอารมณ์เสียน่า... ก็แค่....” อยากรื้อฟื้นความสัมพันธ์ของเราให้มันเหมือนเมื่อก่อน อัลเฟรดเลือกที่จะเก็บคำตอบต่อท้ายไว้ในใจ ร่างสูงส่งยิ้มกว้างไปให้อีกฝ่ายที่ยังนั่งฮึดฮัดอยู่บนโซฟา “ก็แค่คิดถึง”
“เห็นหน้านายแล้วหงุดหงิดชะมัด...” อาเธอร์บ่นเบาๆ มือเรียวพยายามใช้ผ้าเช็ดหน้าสีขาวซับซอสเบอร์เกอร์ที่เปื้อนเป็นดวงบนหน้าท้อง
“หงุดหงิด... หงุดหงิดอะไร” อัลเฟรดแย่งผ้ามาจากมือเรียว
“จะทำอะไร”
“จะเช็ดเสื้อนายให้ไง บอกให้ถอดออกก็ไม่ยอมถอด ให้แม่บ้านซักซะก็หมดเรื่อง” อัลเฟรดกันมือเรียวที่ยังพยายามยื้อผ้าผืนบางออกจากมือเขาเบาๆ พลางเช็ดคราบซอสออกจากเสื้อของอีกฝ่าย ร่างสูงยิ้มน้อยๆเมื่อได้ยินเสียงอีกฝ่ายบนพึมพำว่าเขายุ่งไม่เข้าเรื่อง
“ทำไมเห็นหน้าฉันแล้วนายต้องหงุดหงิดกัน?” ร่างสูงถามเบาๆ ไม่ได้มองใบหน้าของอีกฝ่ายที่เบือนหน้ามองแจกันดอกไม้บนโต๊ะรับแขกตรงหน้านิ่งๆ เมื่อเห็นว่าอีกฝ่ายไม่ได้ตอบอะไร อัลเฟรดจึงชิงเดาเอาเสียเอง
“เพราะฉันหล่อกว่านายใช่ม๊า~”
กึก!!
อาเธอร์ชะงักอย่างอึ้งๆกับคำสันนิษฐานของเจ้าเด็กเมื่อวานซืนตรงหน้า ร่างโปร่งชักสีหน้าหงุดหงิดพลางดันๆคนตัวโตให้เลิกยุ่งกับเสื้อตัวเองได้แล้ว อัลเฟรดละมือจากรอยเปื้อนจางๆแล้วถอยออกมานั่งจ้องนัยน์ตาสีมรกตด้วยใบหน้าเปื้อนยิ้มวอนอวัยวะเบื้องล่างเป็นที่สุด
“ไม่ใช่แค่เห็นหน้านายแล้วหงุดหงิดหรอกนะเจ้าบ้า... คุยกับนายก็หงุดหงิดด้วยเหมือนกันนั่นแหละ” อาเธอร์ตัดสินใจสละแนวป้องกันชายแดนออก เสื้อนอกสีเขียวเข้มถูกพาดไว้บนที่ท้าวแขนของโซฟาตัวเล็กข้างๆ ร่างโปร่งยังคงบ่นพึมพำๆไปเรื่อยๆ
“อ่ะ... เดี๋ยวนายจะหงุดหงิดๆมากไปกว่านี้ วันนี้ฉันเอาเหล้าวอดก้ามาฝากต่างหาก.... มาดื่มกันเหอะ” อัลเฟรดเปิดกระเป๋าหยิบขวดวอดก้าใบใหญ่ออกมาตั้งไว้บนโต๊ะ อาเธอร์จ้องเจ้าขวดนั่นอย่างงงๆ
“เดี๋ยว วอดก้ามันของรัสเซียไม่ใช่รึไง?”
“ก็ใช่น่ะสิ... เจ้าอีวานให้มาเมื่อตอนเจอกันระหว่างทาง เจ้านั่นบอกว่ายังไม่ได้ให้อะไรแสดงความยินดีกับการประกาศอิสรภาพ... เอ่อ.....” อัลเฟรดชะงักไปเล็กน้อยเมื่อเผลอหลุดปากพูดถึงเหตุการณ์ต้องห้ามเข้า เพราะอีวานนั่นแหละที่พูดกรอกหูจนมันฝังอยู่ในหัวขนาดนี้ แถมตอนนี้อาเธอร์ยังชักสีหน้าฉุนๆอีกต่างหาก
“ฉันไม่กล้ากินคนเดียว กลัวตาย” อัลเฟรดรีบพูดต่อ พลางเรียกแม่บ้านด้านนอกให้ไปยกแก้วมาให้สองใบ
“เลยเอามาให้ฉันกิน... คิดว่าฉันตายแล้วจะได้ฮุบประเทศนี้ง่ายๆรึไงกัน หา!!!” อาเธอร์แหวใส่
“โอ้.... คิดได้ไงเนี่ยลุง... ไม่ได้คิดไปไกลขนาดนั้นสักหน่อย ก็แค่ถ้าต้องตาย... ตายพร้อมนายก็ยังดี” อัลเฟรดฉีกยิ้ม รับแก้วใบใสมาจากแม่บ้าน พยักเพยิดให้แม่บ้านออกไปแล้วจึงจัดการรินเหล้าวอดก้าลงในแก้วทั้งสองใบ
“เหอะ.... แล้วนี่ยังไม่ได้บอกสักคำว่าจะกินด้วย” ปากปฏิเสธไปแต่มือก็คว้าแก้วมาถือไว้แล้ว อัลเฟรดขำน้อยๆกับกิริยาของคนตรงหน้า
“นายเคยปากตรงกับใจบ้างมั๊ยเนี่ย?” อัลเฟรดกระดกเหล้าวอดก้าเข้าปาก รสชาติบาดคอทำเอาเขาต้องปิดตาแน่น
“เคยสิ... ตอนนั้นที่ฉันพูดว่าเกลียดนายนั่นไง” อาเธอร์ลดแก้วลง นัยน์ตาสีมรกตจ้องใบหน้าของร่างสูงที่ทำเป็นไม่สนใจคำพูดเขาแล้วเบือนหน้ามองไปทางอื่น
อัลเฟรดนั่งจ้องหน้าอาเธอร์ที่ยังค่อยๆจิบเหล้าวอดก้าทีละนิดๆ คงเพราะเจ้าตัวเป็นคนคออ่อนเลยกลัวจะเมา จิบได้สองสามอึกร่างโปร่งก็วางมันลงกับโต๊ะ
“อ้าว...” อัลเฟรดร้อง
“ทำไม?” คิ้วหนาๆเลิกขึ้น อาเธอร์จ้องหน้าอีกฝ่าย
“แค่นี้เหรอ? อ๋อ.... กลัวเมาละสิ นายมันคออ่อนนี่นา ฮ่าๆๆๆ” อาเธอร์ชักเริ่มรู้สึกของขึ้นเมื่อได้ยินเจ้าเด็กอัลเฟรดสบประมาท
“หึ ใครว่าฉันคออ่อนไม่ทราบ” พูดจบอาเธอร์ก็ยกแก้ววอดก้ากระดกเข้าปากจนหมด โดยมีอัลเฟรดคอยเติมเหล้าให้อยู่เป็นระยะๆ พอร่างสูงเติม เขาก็กระดกเข้าปาก เป็นอย่างนี้ไปเรื่อยๆจนในตอนนี้ใบหน้าขาวซับสีแดงจัดเนื่องจากฤทธิ์แอลกอฮอล์ แล้วอาเธอร์ก็ยังคงเป็นอาเธอร์เสมอ พอเมาแล้วก็พล่ามอะไรไปเรื่อยจนหมดเปลือก
“นายน่ะมันแย่.... เจ้าเด็กบ้า!!! อาหารฉันเมื่อก่อนนายก็บอกว่าอร่อย แล้วดูตอนนี้สิ!! นายน่ะมันกลับกลอก ปลิ้นปล้อนไปเรื่อย.....” อาเธอร์ชี้หน้าร่างสูง
“ก็ตอนนั้นฉันยังไม่รู้นี่นาว่าอาหารอร่อยมันเป็นยังไง” อัลเฟรดตอบยิ้มๆ นัยน์ตาคมมองใบหน้าแดงจัดของอีกฝ่ายด้วยความรู้สึกสนุกสนาน
“เหอะ... เห็นหน้านายแล้วมันหงุดหงิดชะมัด…” อาเธอร์สะบัดหน้าไปอีกทาง ไม่ยอมสบตาสีไพลินที่มองทอดมาแม้แต่น้อย
“นายพูดมาสามรอบแล้วนะวันนี้น่ะ”
“ก็มันจริงนี่...” ร่างโปร่งเถียง มือเรียวยกแก้ววอดก้าขึ้นมากระดกอีกรอบ
“เฮ้ย... นายเมาแล้วมั้งอาเธอร์”“ใครว่าฉันเมา...” คนเมาเลิกคิ้วถาม“ฉันนี่แหละว่า” อัลเฟรดแย่งแก้วมาจากมืออาเธอร์ “เลิกกินได้แล้ว...”
“เน่......นายเป็นคนชวนฉันเองนะ...” ดวงตาสีมรกตส่งรังสีอาฆาตวิ้งๆมาให้ ร่างสูงวางแก้วให้ไกลมือของร่างโปร่ง พลางถอนหายใจเฮือกใหญ่ อัลเฟรดนั่งมองร่างโปร่งที่เริ่มเอนกายลงพิงเบาะนุ่ม มือเรียววางแปะลงบนหน้าผากตัวเอง ปากก็ยังคงบ่นพึมพำๆไปเรื่อยอย่างไม่รู้จักเหน็ดเหนื่อย
“ฉันล่ะเกลียดนายจริงๆ อัลเฟรด เอฟ. โจนส์…” เสียงพึมพำที่ไม่ดังนักทำเอาร่างสูงชะงัก นัยน์ตาสีเขียวมรกตในตอนนี้ดูหมองลงอย่างเห็นได้ชัด เช่นเดียวกันกับตัวเขาเอง คำพูดที่ออกจากปากร่างบางทำให้เขารู้สึกแย่เอามากๆ จนต้องตัดสินใจถามออกไป แม้จะรู้ว่าคำตอบที่ได้มันออกมาจากปากคนเมาก็ตาม
“นาย..... เอ่อ.... คุณเกลียดผมจริงๆหรือ?” สรรพนามที่เปลี่ยนไปทำเอาคนที่นอนอยู่หรี่ตาขึ้นมองอย่างตำหนิ อาเธอร์รู้สึกอารมณ์เสียโดยไม่มีสาเหตุทุกครั้งที่อัลเฟรดพูดจาห่างเหิน ทั้งๆที่บางครั้งตัวเขาเองเป็นคนเริ่มพูดจาแบบนั้นก่อนแท้ๆ
“ใช่... ฉันเกลียดนาย นายมันไร้สาระ” อัลเฟรดเลิกคิ้วให้ข้อกล่าวหาของร่างโปร่ง
“ฉันไม่ได้ไร้สาระสักหน่อย แค่เป็นคนสนุกสนาน คนมันยังไม่แก่ก็งี้แหละ...” อาเธอร์เลิกคิ้วกับสรรพนามของอีกฝ่ายที่เปลี่ยนมาเป็นเหมือนเดิมได้อย่างรวดเร็ว
“งั้นนายก็ไร้ประโยชน์อยู่ดี”
“ฉันไร้ประโยชน์ที่ไหนกัน... ตอนนี้อะไรดีที่สุดก็สร้างจากประเทศอเมริกาหมดเลยนา...” อาเธอร์ขมวดคิ้ว ใบหน้าเริ่มฉายแววหงุดหงิดกับเจ้าเด็กเถียงคำไม่ตกฟาก
“นายมันชอบยุ่งเรื่องคนอื่น” ร่างโปร่งยังไม่ยอมแพ้
“เรื่องใคร” “เรื่องคนอื่น อย่างญี่ปุ่น......”
“แหม....กลัวฉันจะแย่งเพื่อนลุงรึไงล่ะ ก็แค่เล่มเกมกับญี่ปุ่นน่ะสนุกดี” อัลเฟรดก็ยังแถแก้ตัวไปเรื่อยๆ
“แล้วนายก็ชอบยุ่งเรื่องของฉันด้วย ยุ่งไม่เข้าเรื่อง...”
“นี่ที่ยุ่งน่ะเพราะเป็นห่วงนะ” อาเธอร์อ้าปากเหมือนจะพูดแล้วก็หุบลง ถ้าอัลเฟรดไม่ได้คิดไปเอง ใบหน้าแดงๆนั่นมันแดงขึ้นกว่าตอนแรกแน่ๆ
“นายเคยทำฉันร้องไห้” ร่างโปร่งสะบัดหน้าไปอีกทาง
“ตอนไหนอีกเนี่ยลุง....”
“ตอนนายประกาศอิสรภาพนั่นแหละไอ้เด็กอกตัญญู” อาเธอร์ตวัดสายตาเขียวปั๊ดมามองหน้าอีกฝ่าย อัลเฟรดเงียบไปสักพัก เนื่องจากคำต้องห้ามอีกคำหลุดออกมาจากปากอีกฝ่าย ร่างสูงนิ่งคิดคำแก้ตัวดีๆ เพราะในตอนนั้นเขาก็เป็นฝ่ายผิดจริงๆ แล้ว...แต่เขาไม่ยักรู้ว่าทำให้อาเธอร์ร้องไห้ด้วย
“แต่ตอนเด็กๆฉันน่ารักนา ทำให้นายหัวเราะตั้งบ่อย” อัลเฟรดพยายามแก้ตัว
“นายมันงี่เง่า เพื่อนนายมันก็งี่เง่า ยังไงฉันก็ยังเกลียดนายอยู่ดีนั่นแหละ!!”
“ฉันไม่ได้งี่เง่าสักหน่อย... แล้วเพื่อน...คนไหนกันที่งี่เง่า…” ร่างสูงขมวดคิ้วพยายามนึก
“ก็ไอ้ฝรั่งเศสหน้าทุเรศที่มาช่วยนายประกาศอิสรภาพไง!!”
“เอ่อ... โอเค ฟรานซิสงี่เง่าก็ได้ ขี้เกียจแก้ตัวแทนมัน(อ้าว)”
“นายมันเนรคุณ ฉันอุตส่าห์เลี้ยงนายมา พอโตมาพึ่งตัวเองได้แล้วก็ไม่คิดถึงผู้มีพระคุณบ้างเลยใช่มั๊ย!!” ยิ่งเถียงกันก็ยิ่งดูเหมือนอาเธอร์จะลากเขาเข้าเรื่องประกาศอิสรภาพมากขึ้นเรื่อยๆ แถมเจ้าตัวก็ยังแย่งแก้ววอดก้ามากระดกต่อได้สำเร็จอีกต่างหาก
“พอเหอะอาเธอร์... นายเมามากแล้วนะ...” อัลเฟรดถอนหายใจ ทั้งๆที่อีกฝ่ายอายุมากกว่าเขาแท้ๆ แต่ชอบทำตัวเอาแต่ใจอยู่เรื่อย
“ม่ายพอ~ จะไปไหนก็ไปเลยไอ้เด็กเนรคุณ”
“นี่นายเรียกฉันแบบนั้นมาสามครั้งแล้วนะ!!” ร่างสูงมองใบหน้าเรียวฉุนๆ “แล้วงาย~” คนเมางึมงำตอบกลับมาเบาๆ อัลเฟรดถอนหายใจน้อยๆ มองอีกฝ่ายที่เริ่มเอนตัวลงซบที่พักแขนของโซฟาตัวใหญ่ เขาว่าอย่าถือคนบ้า อย่าว่าคนเมา... ท้องฟ้าข้างนอกเริ่มเปลี่ยนเป็นสีน้ำเงินเข้ม อากาศเย็นๆในตอนนี้คงจะเย็นลงอีกเป็นเท่าตัว ถ้าเขาปล่อยอาเธอร์ทิ้งไว้ตรงนี้ซะ.... ดีมั๊ย? เป็นการแก้แค้น...
อัลเฟรดขมวดคิ้วอย่างครุ่นคิด สักพักก็ถอนหายใจ ร่างสูงตัดสินใจช้อนตัวอีกฝ่ายขึ้นมาแนบอก แล้วเดินออกจากห้องทำงานไป
“ท่านอาเธอร์!!” สาวใช้ที่รออยู่หน้าห้องร้องเสียงแหลมเมื่อเห็นว่าเจ้านายออกมาในสภาพไม่รู้สึกตัว แถมยังอยู่ในอ้อมกอดของคนที่เจ้าตัวสั่งไว้ตั้งแต่เช้าว่าห้ามให้นอนค้างอีกต่างหาก
“ชู่ว....” อัลเฟรดจุ๊ปากให้อีกฝ่ายเงียบเสียง
“เดี๋ยวฉันดูแลเอง เธอไปนอนเถอะ”
“ตะ...แต่.....” สาวใช้ทำหน้าไม่มั่นใจนัก
“น่า... ฉันเคยอยู่กับเขามาตั้งแต่เด็กแล้วนะ.... ไม่มีอะไรหรอก...” ร่างสูงพูดเกลี้ยกล่อมจนหญิงสาวยอมถอยออกไป เขาจึงสาวเท้าพาร่างคนเมาแอ๋ไปยังห้องนอนใหญ่สุดทางเดิน อัลเฟรดค่อยๆวางอีกฝ่ายลงบนเตียงนุ่ม พลางจัดแจงห่มผ้าให้
“อืม....ร้อน....” เสียงอาเธอร์บ่นพึมพำเบาๆ
“นายว่าอะไรนะ.....” อัลเฟรดเงี่ยหูเข้าไปฟังใกล้ๆ
“ร้อน....” แล้วอาเธอร์ในสภาพคนเมาละเมอก็ลุกขึ้นมาทำหน้ายุ่ง มือเรียวขยี้ผมเผ้าจนฟูกระเจิง พลางมองผู้หวังดีด้วยนัยน์ตาเขียวปั๊ด
“ฉันร้อน....” อัลเฟรดกลืนน้ำลาย
“รู้แล้ว นายไม่ต้องย้ำบ่อยก็ได้” แล้วเขาจึงได้ตัดสินใจเดินไปหยิบอ่างน้ำกับผ้าขนหนูในห้องน้ำมาเช็ดหน้าเช็ดตาให้แต่โดยดี เมื่อร่างสูงเดินออกจากห้องน้ำมาพร้อมกับอ่างน้ำใบใหญ่ ก็พบกับภาพที่ไม่คิดว่าจะได้พบเห็นในชาตินี้ อาเธอร์ถอดเนคไทออก เสื้อกั๊กสีเขียวเข้มถูกโยนกองไว้ข้องเตียง แถมเจ้าตัวยังปลดกระดุมลงมาอีกสองเม็ดเพื่อไล่ความร้อนจากฤทธิ์แอลกอฮอล์ แขนเสื้อเชิ้ตสีขาวพับขึ้นจนถึงข้อศอก อัลเฟรดจ้องมองผิวขาวๆของอีกฝ่ายนิ่ง
“มองอะไร” ร่างโปร่งขยับผ้าห่มออกจากตัว “ไหนล่ะอ่างน้ำ”
อัลเฟรดวางอ่างน้ำไว้บนโต๊ะข้างๆหัวเตียง มือใหญ่ชุบผ้าลงในน้ำ บิดหมาดๆ แล้วจึงค่อยๆไล้ผ้าไปตามใบหน้าและลำคอของอีกฝ่าย
“มองนายน่ะ ดูไม่เห็นเหมือนคนที่เป็นทหารเลย” อาเธอร์ตวัดสายตากลับมามอง
“ถ้างั้นแล้วฉันจะเหมือนอะไรล่ะหา!! ฉันล่ะเกลียดนายจริงๆ”
“รู้แล้ว....” อัลเฟรดตอบ ร่างโปร่งบนเตียงยังคงบ่นพึมพำๆไปตามปกติ แต่หากอัลเฟรดยังคงยิ้ม
“ยิ้มอะไรเจ้าบ้า!!” คนถูกถามไม่ได้ตอบ เขาเพียงแต่ตั้งหน้าตั้งตาเช็ดตัวอีกฝ่ายไปเรื่อยๆ อาเธอร์ปิดตาลง รับสัมผัสเย็นๆจากผ้าชุบน้ำของอีกฝ่ายด้วยความรู้สึกสบายใจ
“นาย... เกลียดฉันมากขนาดนั้นเลย....” ดวงตาสีมรกตหรี่ขึ้นมองหน้าอีกฝ่ายน้อยๆ
“เออสิ” ร่างโปร่งเอ่ยตอบ
“แล้วอยากรู้มั๊ยล่ะว่าอะไรที่ทำให้ฉันเกลียดนายมากที่สุดน่ะ” อัลเฟรดส่ายหน้ายิ้มๆ มือโยนผ้าชุบน้ำลงในอ่าง พลางดันตัวอีกฝ่ายให้เอนลงนอน
“เลิกบ่นได้ละลุง นอนๆไปเหอะ คุยกับคนเมาแล้วปวดหัว” อัลเฟรดเดินไปเก็บอ่างน้ำ ครั้นพอเดินออกมาอีกทีร่างโปร่งก็นอนหลับสนิทไปแล้ว ขายาวค่อยๆสาวเข้าไปใกล้เตียงนุ่ม มองใบหน้าได้รูปของอีกฝ่ายยามหลับสนิท
“ก็อยากรู้อยู่ล่ะนะว่าอะไรที่ทำให้นายเกลียดฉันมากที่สุด” ร่างสูงปัดเส้นผมสีทองออกจากใบหน้าอีกฝ่ายอย่างเบามือ ก่อนที่จะตัดสินใจไปนอนบ้าง ห้องนอนแขกที่บ้านของอีกฝ่ายก็มีอีกตั้งหลายห้อง จะกลับบ้านตอนนี้ก็คงไม่ดี ข้างนอกก็มืดขนาดนี้แล้ว ครั้นจะนอนที่ห้องนี้เลยยิ่งไม่ดีใหญ่ เดี๋ยวอีกฝ่ายตื่นมาเห็นแล้วคงอาละวาดใหญ่โต เขาขี้เกียจฟัง
คิดได้ดังนั้นแล้วอัลเฟรดจึงตัดสินใจจุมพิตหน้าผากของอีกฝ่ายเบาๆเป็นการราตรีสวัสดิ์ เมื่อริมฝีปากสัมผัสกับหน้าผากนวล เสียงพึมพำเบาๆก็ดังขึ้นจากปากของคนที่นอนอยู่
“ฉันเกลียดนายที่สุดเพราะนายทำให้ฉันรักนายนั่นแหละเจ้าเด็กบ้า....” นัยน์ตาสีเขียวมรกตปรือขึ้นมองคนที่ท้าวแขนคร่อมตัวเองอยู่
“หา?”
“พูดไม่ได้ยินรึไงเจ้าบ้า ฉันเกลียดนายเพราะนายทำให้ฉันรักนายน่ะ” อาเธอร์ยังคงพูดจาวนไปวนมาตามประสาคนเมา สักพักก็จิ๊ปากไม่พอใจ แขนเรียวโอบรอบคออีกฝ่าย โน้มลงมามอบจูบหวานๆให้เสียทีหนึ่ง
“เข้าใจรึยัง?” อัลเฟรดเลิกคิ้วมองร่างโปร่งนิ่งๆ ใบหน้าคมโน้มลงไปกระซิบข้างหูอีกฝ่าย
“เข้าใจแล้ว....” อาเธอร์มองใบหน้าอีกฝ่ายด้วยนัยน์ตาเยิ้ม มือเรียวปลดแจ็คเก็ตตัวหน้าให้หลุดออกจากไหล่กว้าง หยัดริมฝีปากขึ้นจรดปลายคางอีกฝ่ายเบาๆ
“เข้าใจแล้วยังไงต่อดีล่ะ......”
“ชวนเองแบบนี้... แล้วอย่ามาโวยวายทีหลังแล้วกันนะ อาเธอร์...”
... ยามเช้า...
“อืม....” อาเธอร์พลิกตัวหนีแสงแดดที่ส่องผ่านหน้าต่างบานใหญ่ซึ่งเปิดทิ้งเอาไว้เข้ามา ฝ่ามือเรียวตะปบเข้ากับอะไรบางอย่างที่อยู่กว้างๆกว่าหมอนข้าง อุ่นๆ แถมยังกลิ่นคุ้นๆอย่างน่าประหลาด
“อือ...” เจ้าสิ่งที่โดนตะปบครางอือออกมาจนอาเธอร์ต้องลืมตามอง
“นะ.....นาย!!! ไอ้บ้าอัลเฟรด!!! ทำไมฉันไม่ใส่เสื้อผ้า แล้วนายมานอนทำแพะอะไรอยู่ตรงนี้(วะ)!!!” นิ้วเรียวชี้ใบหน้าของอีกฝ่าย
“เงียบน่าลุง.... คนจะนอน” อัลเฟรดยกหมอนขึ้นปิดหู
“ลุกขึ้นมาเดี๋ยวนี้!! แล้วตอบฉันมาว่าทำไมนายมานอนอยู่ตรงนี้ แล้วเมื่อคืนมันเกิดอะไรขึ้น อัลเฟรด เอฟ. โจนส์!!!” เจ้าของชื่องัวเงียลุกขึ้นมาจ้องใบหน้าแดงจัดด้วยความโกรธของอีกฝ่ายแล้วถอนใจเฮือก
“ก็เมื่อคืนนายเมา ฉันก็เลยมาดูแล พอดีว่าฉันก็เมา พอตื่นมาอีกที่มันก็หลับอยู่ตรงนี้แล้วน่ะ...” ร่างสูงเลือกที่จะตอแหลกลับไป อาเธอร์ค่อยๆคลายปมขมวดตรงหว่างคิ้ว
“จริง? แค่นั้น?” ไม่วายส่งสายตาคาดคั้นไปให้ร่างสูงที่นั่งบิดขี้เกียจอยู่
“ไม่จริงหรอก...” อัลเฟรดปิดปากหาว“ก็....นายเมา แล้วก็พูดๆๆๆๆๆ บ่นๆๆๆๆๆ นายบอกว่าเกลียดฉัน แถมสิ่งที่ทำให้เกลียดฉันมากที่สุกคือฉันทำให้นายรักฉัน.... แล้วนายก็จูบฉัน ฉันก็จูบนาย แล้วเราก็เลย.....”
“พะ.....พอแล้วไอ้บ้า” ตอนนี้ใบหน้าของร่างโปร่งขึ้นสีจนแดงจัด แถมยังมีนัยน์ตาพราวระยับของอีกฝ่ายส่งมาอีกต่างหาก อาเธอร์ตัดสินใจกระโดดผลุบลงจากเตียงพร้อมผ้าห่มพันรอบตัว แล้ววิ่งหายใจไปในห้องน้ำอย่างรวดเร็ว
“อ้าว... นายจะไปไหนน่ะ” อัลเฟรดร้องถาม
“อาบน้ำ... ไม่ต้องมายุ่ง กลับๆบ้านไปซะไป๊” ร่างสูงหัวเราะน้อยๆกับคำตอบ บิดขี้เกียจอีกสองสามทีจึงได้ตัดสินใจเดินออกจากห้องนอนไป
“ให้ตายสิ... ” อาเธอร์บ่นพึมพำกับตัวเองหน้ากระจก
.
.
.
“อัลเฟรด....” เสียงทุ้มเรียกชื่ออีกฝ่ายด้วยความรู้สึกไม่แน่ใจนัก เจ้าของชื่อหันกลับไปมอง
“อ้อ....ฟรานซิส มาทำอะไรน่ะ....” อัลเฟรดเลิกคิ้วถาม
“มาหาอาเธอร์สิ แล้วนาย......”
“มาสานสัมพันธภาพแบบพิเศษกับอาเธอร์ไง” ร่างสูงเอ่ยตอบกลับยิ้มๆ ทิ้งให้อีกคุณพี่ฝรั่งเศสยืนทำปากพะงาบๆชี้นิ้วไปทางประตูห้องนอนอาเธอร์ที อัลเฟรดทีอย่างตกตะลึง
.
.
.
“กลับบ้านไปทำงานแล้วนะที่รัก^^ ไว้เคลียร์งานเสร็จแล้วอาทิตย์หน้าจะมาหา”
อาเธอร์อ่านจบก็ตัวสั่นระริกด้วยความโกรธ มือเรียวขยำกระดาษเป็นก้อนกลมก่อนปาลงถังขยะข้างๆโต๊ะทำงานด้วยความไวแสง
“อารมณ์เสียอะไรอีกล่ะอาเธอร์... หรือว่าอัลเฟรด???” อาเธอร์ตวัดสายตามองใบหน้าคมๆของอีกฝ่ายอย่างฉุนๆ
“อย่าเอ่ยชื่อนั้นนะ!!!”
.
.
.
“อ้าว.... อีวาน... ขอบใจนายมากเรื่องวอดก้า สัมพันธภาพแนบแน่นขึ้นเยอะเลยล่ะ” อัลเฟรดร้องทัก อีวานเข้าโหมดดาร์ก
...แผนทำให้ทั้งคู่แตกแยกเรื่องประกาศอิสรภาพไม่สำเร็จหรือนี่...
“อืม... ยินดีด้วยละกัน....” อีวานเข้าโหมดไลท์ด้วยรอยยิ้มยินดี ร่างสูงยืนมองอัลเฟรดที่เดินผิวปากจากไปด้วยสีหน้าเหี้ยมเกรียม
…คราวหน้าแผนชั่วฉันจะไม่พลาดแน่อัลเฟรด...
The End.
หวานใช่มั๊ยคะ(เอ๊ะ..หวานรึเปล่า) เนื้อเรื่องเมาๆงงๆโปรดอย่าถือสา ร้างราจากการแต่งฟิค(ให้จบ)เป็นเวลานานมาก กร๊ากก เรื่องนี้แต่งขึ้นเพราะความโมเอะของท่านอาเธอร์โดยเฉพาะ จริงๆมันจบไปชาติเศษแล้วล่ะค่ะ ยังไม่กล้าเอามาลง เขินตัวเอง ฮ่าๆๆๆ -*- คราวก่อนเรื่องลิโปเอามาลงเพราะน้องนั่งขู่บังคับ ครั้งนี้เอามาลงเองเลยเขิน(โรคจิต)
ไม่มีฉาก... เพราะเขียนไม่เป็น หึหึ.. ขอเวลาฝึกปรือก่อนค่ะ ตอนนี้รู้สึกตัวเองเริ่มหื่นขึ้นมานิดหน่อย รอเวลาจุดอิ่มตัวให้สามารถเขียนและอ่านฉากได้อย่างไม่กระดาก กรั่กๆๆ ตอนแรกตรงที่ควรมีฉากเราเว้นไว้เกือบสิบบรรทัด เพราะเนื้อเรื่องมันไม่ต่อกับข้างล่าง น้องสาวลากคลุมดำใหญ่ นึกว่าจะเป็นม่านหมอกบดบัง ฮ่าๆๆๆ ตอนนี้เลยเว้นบรรทัดน้อยลงค่ะ(เดี๋ยวน้องสาวบังเกิดเกล้าจะจวกเอาอีก คุคุ