[APH Fic] Fool(again) สุขสันต์วันโกหก
posted on 01 Apr 2009 23:51 by clowns-chuckle in fictionคำเตือน : เอนทรี่นี้มีเนื้อหาเกี่ยวกับเฮตาเลีย ซึ่งเป็นการ์ตูนที่มีเนื้อหาล้อเลียนและเสียดสีประเทศต่างๆ ถ้าอ่อนไหวกับเรื่องแบบนี้แนะนำให้ปิดค่ะ อ้อ.... เนื้อหาต่อปนี้ไม่ได้เกี่ยวข้องกับบุคคลหรือสถานที่จริงใดๆในสากลโลกด้วยค่ะ
(ใครก็ได้ให้หนูลอกคำเตือนเฮตาเลียที-*- อ่านเอง งงเอง)
Title: Fool (again) [April Fool Day]
Pairing: Lithuania x Poland
--------------------------------------------------------------------------------------------------------
แสงแดดอ่อนๆในยามเช้าเดือนเมษาช่างสดใสนัก ลิธัวเนียนั่งมองดอกไม้สีสดในแปลงที่เริ่มพากันเบ่งบานต้อนรับฤดูใบไม้ผลิ วันนี้บรรยากาศช่างเงียบสงบ เงียบสงบจนรู้สึกแปลก...
"คุณโทริสครับ... จดหมายครับ" เจ้าของชื่อหันกลับมามองซองกระดาษสีขาวในมือชายหนุ่มร่างสูง เขารับซองจดหมายนั่นมา พลางก้มศีรษะให้อีกฝ่ายแทนคำขอบคุณ
"ใครส่งมานะ...." มือเรียวเปิดซองจดหมายออก กระดาษสีขุ่นๆขมุกขมัวซุกอยู่ด้านในสุดของซอง โทริสขมวดคิ้ว พลางดึงกระดาษแผ่นนั้นออกมาคลี่อ่าน
ถึงโทริส...
ฉัน กำ ลัง แย่...
เฟลิกซ์
ข้อความด้านในมีเพียงสามคำที่พอจะจับใจความได้ ร่างโปร่งร้อนรนอยู่ในใจ สายตาของเขากำลังทบทวนเจ้าจดหมายน้อยตรงหน้าให้แน่ใจว่าอ่านไม่พลาด โปแลนด์กำลังแย่ เฟลิกซ์กำลังแย่... เกิดอะไรขึ้นกับเจ้าคนไม่รู้จักกาลเทศะคนนั้นกันนะ
ในตอนนี้เขารู้สึกวุ่นวายใจเป็นอย่างมาก เขามีประชุมกับหัวหน้าในตอนบ่าย แต่ก็อยากจะไปดูเจ้าของจดหมายให้แน่ใจตอนนี้เลยว่าเกิดอะไรขึ้นกันแน่.... กับเยอรมันก็ไม่ถูกกันนัก(แถมเคยหายไปจากแผนที่โลกเพราะคนๆนี้อีกต่างหาก) กับรัสเซียก็เกลียดกันยิ่งกว่าอะไร กับสวีเดนก็.....
"ทำยังไงดีเนี่ย...." มือเรียวยกขึ้นขยี้ผมสีน้ำตาลจนไม่เป็นทรง ก่อนจะตัดสินใจเขียนจดหมายลากิจ โดดประชุมสำคัญเพื่อไปดูคนที่กำลังแย่ด้วยความร้อนใจ
.
.
.
...
ตอนนี้โทริส โรลิไนติช โดดการประชุมมาเรียบร้อยและควบม้าห้อตะบึงมายืนหอบอยู่หน้าบ้านของเพื่อนที่ส่งจดหมายมาว่าตนกำลังแย่ บ้านของโปแลนด์ปิดเงียบราวกับไม่มีคนอยู่ ร่างโปร่งยืนหอบอยู่นาน กว่าจะตัดสินใจได้ว่าสมควรเคาะประตูเรียกให้คนที่เขาเป็นห่วงมากๆในตอนนี้ให้ออกมาเปิดประตูต้อนรับเขาเข้าบ้าน แล้วบอกกับเขาด้วยตัวของเจ้านั่นเองว่าตอนนี้สบายดี และไม่ได้เป็นอะไรแล้ว
ก๊อกๆ
"โปแลนด์... โปแลนด์..." ร่างโปร่งเคาะประตูพลางตะโกนเรียกชื่อเจ้าของบ้านมาเป็นเวลากว่าห้านาทีแล้ว ปกติเขาไม่ใช่คนใจร้อน แต่ตอนนี้มัน....
"โธ่เอ๊ย! นายอยู่ไปไหนกันเนี่ยโปแลนด์ ทำไมไม่ออกมาเปิดประตูซะที..." ร่างโปร่งชะเง้อคอมองผ่านหน้าต่างบานใหญ่เข้าไปในบ้าน แต่ก็ไม่เห็นวี่แววว่าจะมีคนอยู่แม้แต่น้อย และในที่สุด คนที่อุตส่าห์ดั้นด้นเดินทางข้ามประเทศมาดูเพื่อนคนสำคัญก็หมดความอดทนลง โทริสตัดสินใจพังประตูเข้าไปอย่างถือวิสาสะ แต่ในทันทีที่มือเรียวจับลูกบิดแล้วเตรียมกระแทกไหล่พังประตูเข้าไปอยู่นั้น ประตูไม้บานใหญ่ก็เปิดผลั่วออกอย่างง่ายดาย
ไม่ได้ล็อก... แล้วเราจะยืนเคาะอยู่นานทำไมเนี่ย... เปิดเข้ามาแต่แรกก็สิ้นเรื่องแล้วโทริสเอ๋ย...
ลิธัวเนียอุทธรณ์ตัวเองในใจ ร่างโปร่งค่อยๆเดินเข้าไปในบ้านที่ค่อนข้างคุ้นเคย นัยน์ตาสีมรกตกวาดมองหาเจ้าของเรือนผมสีทองอย่างละเอียด ห้องนั่งเล่นว่างเปล่า ห้องครัวว่างเปล่า ห้องน้ำชั้นล่างว่างเปล่า ห้องไหนๆก็ว่างเปล่า เขาค่อยๆเดินเปิดประตูไล่ไปทีละห้องๆ แต่ก็ไม่เห็นวี่แววของคนที่บอกว่ากำลังแย่เลยแม้แต่น้อย จนกระทั่งห้องสุดท้าย ตรงสุดปลายโถงทางเดินบนชั้นที่สอง
ร่างโปร่งเม้มปากชั่งใจ จะเปิดเข้าไปดื้อๆก็ดูจะเสียมารยาท เพราะมันคือห้องนอนของโปแลนด์ แต่ถ้าโปแลนด์กำลังแย่แล้วเคาะไปจะได้อะไรล่ะ....
ระหว่างที่เขากำลังหนักใจระหว่างมารยาทกับความเป็นความตายของอีกฝ่ายอยู่นั้น ความเป็นห่วงมันก็มีมากกว่า มือเรียวๆจึงค่อยๆเปิดแง้มประตูเข้าไปช้าๆ
"โปแลนด์..." ลิธัวเนียแทรกตัวเข้าไปในห้องช้าๆ นัยน์ตาสีเขียวสดยังคงกวาดมองไปรอบๆห้อง ถ้าหูเขาไม่ฝาด เขาคิดว่าได้ยินเสียงสะอื้นเบาๆอยู่ในห้องนี้นี่นา
"โปแลนด์" ตัดสินใจเรียกชื่อเพื่อนออกไปอีกครั้ง แต่ก็ยังไม่มีเสียงตอบรับกลับมาจากเจ้าของชื่อแม้แต่น้อย ลิธัวเนียเงียบเสียง ตัดสินใจเงี่ยหูฟังเสียงสะอื้นแล้วก้าวท้าวตามเสียงไป
"โปแลนด์....." เจ้าของเสียงสะอึกสะอื้นนั่งชันเข้าก้มหน้าอยู่ตรงมุมห้อง ไหล่บางไหวสั่นน้อยๆ ทำเอาคนเป็นห่วงเริ่มใจเสีย
"โปแลนด์.... นายเป็นอะไรไปน่ะ..." ร่างโปร่งทรุดตัวลงนั่งข้างๆ มือเรียวจับไหล่ที่สั่นไหวน้อยๆไว้อย่างอ่อนโยน
"มีอะไรนายบอกฉันได้นี่... ใครรังแกนายหรือ... เยอรมัน?" ศีรษะสีทองส่ายไปมาทั้งๆที่ยังฟุบหน้าอยู่กับท่อนแขน
"งั้นก็รัสเซีย?" เจ้าตัวดียังคงส่ายหน้าปฏิเสธ โปแลนด์พึมพำอะไรบางอย่างเสียงเบา เบาเสียจนลิธัวเนียต้องก้มหน้าเข้าไปฟังใกล้ๆ
"หืม? นายว่าอะไรนะ?" แขนเรียวคว้าหมับเข้าที่ลำคอของร่างโปร่ง โปแลนด์เหนี่ยวคอลิธัวเนียให้ก้มเข้ามาใกล้ จนริมฝีปากอยู่ติดกับใบหูของอีกฝ่าย แล้วจึงค่อยๆกระซิบบอกบางอย่างให้เพื่อนฟัง
"สุขสันต์............."
"หืม?" ลิธัวเนียเขยิบใบหูตัวเองเข้าไปใกล้อีกฝ่ายให้มากขึ้น
"สุขสันต์วันเอพริล ฟูล เดย์ ฮ่าๆๆๆๆๆๆ" แล้วเจ้าตัวแสบก็เงยหน้าขึ้นมาระเบิดเสียงหัวเราะเสียดังลั่น ทิ้งให้ลิธัวเนียยังนิ่งเหวออยู่ในท่าเดิม ฝ่ามือเล็กๆเอื้อมมาตบไหล่เขาป้าบๆ แถมยังหัวเราะไม่เลิกอีกต่างหาก
"สรุปว่านายไม่ได้เป็นอะไร... ว่างั้นสิ?"
"ก็...อื้ม..." โปแลนด์ตอบด้วยเสียงร่างเริง
"สรุปว่านายหลอกฉันให้โดดประชุมสำคัญมาเพื่อให้นายหลอกงั้นสิ?"
"ก็...อื้ม..." โปแลนด์ยังคงหัวเราะคิกคัก ก่อนเสริมทับต่อ "แต่แหม... ปีที่แล้วฉันก็ใช้มุกนี้ไปแล้วน๊า... ไม่คิดว่านายจะเชื่ออีกรอบเลยนะเนี่ย" นัยน์ตาสีมรกตข่มลงแน่น ก่อนที่ร่างโปร่งจะผุดลุกขึ้นยืนอย่างรวดเร็ว
"ฉันกลับล่ะ..." แล้วลิธัวเนียก็ทำท่าว่าจะเดินจากไปจริงๆ ทำเอาคนขี้แกล้งเริ่มหน้าเหวอบ้าง
"นะ...นาย ทำไมรีบกลับล่ะ" โปแลนด์ลุกขึ้นยืนตาม เมื่อเห็นว่าอีกฝ่ายทำท่าว่าจะเดินออกไปจริงๆ ร่างบางก็ตะโกนสั่งอีกฝ่ายด้วยความเคยชิน ให้ร่างโปร่งที่กำลังจะเปิดประตูเดินออกไปจากห้องต้องหยุดชะงัก
"ฉะ...ฉันไม่ให้นายไป ลิธัวเนีย นายหยุดอยู่ตรงนั้นเดี๋ยวนี้นะ!!!!" ร่างโปร่งกำลูกบิดประตูแน่น ก่อนค่อยๆคลายมือออก แล้วยืนนิ่งอยู่ที่เดิม
โปแลนด์วิ่งผลาเข้าไปกอดเอวอีกฝ่ายไว้ เอนหัวกลมๆลงซบแผ่นหลังของอีกฝ่าย ที่แม้มันจะไม่ได้ดูกว้างใหญ่เท่าคนอื่น แต่เรื่องความอบอุ่นโปแลนด์มั่นใจว่าลิธัวเนียไม่แพ้ใครแน่นอน
"นาย... โกรธ?" เสียงอู้อี้ของคนที่ยังซบใบหน้ากับแผ่นหลังของเขาถามขึ้นเบาๆ
"อืม..."
"นะ... นายไม่เคยโกรธฉันนี่... ไม่ใช่เหรอ?" คราวนี้โปแลนด์เริ่มจะใจเสียของแท้ แขนเรียวกระชับเอวสอบให้แน่นขึ้น
"อืม..." ริมฝีปากเรียวเม้มแน่น กอดลิธัวเนียไว้แน่นกว่าเมื่อครู่ยิ่งขึ้นอีก
"นาย... นายพูดอย่างอื่นบางสิ" มือเรียวแกะแขนที่โอบรอบเอวเขาอยู่ออก พลางหมุนตัวกลับมาจ้องหน้าอีกฝ่ายนิ่ง
"โปแลนด์..." ลิธัวเนียถอนหายใจ "ถ้านายกอดเอวฉันไว้จนแน่นแบบเมื่อกี้ฉันจะอ้าปากพูดได้มั๊ยล่ะ... หายใจยังไม่ออกเลยนะ" นัยน์ตาสีเขียวพราวระยับ
"เอ๊ะ!?!!~" โปแลนด์กระพริบตาปริบๆ งงกับคำพูดของคนที่ทำท่าโกรธเขาอยู่ ขณะที่สมองของร่างเล็กกำลังประมวลผลอยู่นั่นเอง ร่างโปร่งก็ถือโอกาสดึงตัวอีกฝ่ายเข้ามาใกล้ แล้วก้มลงกระซิบข้างหูคนขี้แกล้งบ้าง
"สุขสันต์วันเอพริล ฟูล เดย์ เหมือนกันโปแลนด์ ฮ่าๆๆๆ นายคิดว่าฉันจะโกรธนายลงจริงๆหรือ?" แล้วทันทีที่ได้ยินเสียงหัวเราะของลิธัวเนีย ใบหน้าขาวของโปแลนด์ก็แดงเป็นริ้วๆด้วยความโกรธทันที
"นี่นายแกล้งฉันเหรอ? นาย...นายเป็นคนแบบนี้ตั้งแต่เมื่อไหร่กันฮึลิธัวเนีย!!!"
"แล้วตกลงนายก็ไม่ได้แย่อะไรสักหน่อย จะเรียกฉันมาทำไมกัน ฉันเสียงานเพราะนายเลยนะ.." อีกฝ่ายตัดบทเอาเสียดื้อๆ โปแลนด์เบือนใบหน้าแดงเรื่อไปอีกทาง ก่อนงุบงิบตอบคำถามเสียงเบา
"เป็นสิ ไม่งั้นจะเรียกนายมาทำไมเล่า..." ร่างเล็กช้อนตาขึ้นมองใบหน้าอีกฝ่าย "ฉัน... ฉัน..."
"ฉันเหงานะ... นายไม่เห็นมาเยี่ยมบ้างเลยนี่!!!" คนตัวเล็กตะโกนเสียงลั่นแก้เขิน คิ้วสีน้ำตาลแก่ของร่างโปร่งขมวดเข้าหากันอย่างครุ่นคิด
"นี่สรุปที่นายกำลังแย่คือนายเหงาหรือ?" จู่ๆลิธัวเนียก็ทำหน้าจริงจังขึ้นมาเสียอย่างนั้น
"เหงาแล้วทำไมไม่ตามเฟลิเซียโน่มาอยู่เป็นเพื่อนล่ะ... เขาเป็นคนที่นายคิดว่าน่ารักที่สุดนี่...."
"เฟลี่เขาก็อยู่กับลุดวิกสิ จะมาทำอะไร......." ยังไม่ทันจบประโยคนัยน์ตาสีเขียวของโปแลนด์ก็เบิกกว้าง ก่อนจะหลุดหัวเราะขำออกมาให้อีกฝ่ายได้น้อยใจเล่นๆ
"นายนี่ก็น๊า... ยังงอนเรื่องนี้ไม่เลิกรึไงล่ะ บอกแล้วว่านายน่ะเป็นเหมือนคนในครอบครัว ฉันไม่นับหรอก" หัวเราะคิกคักเสร็จเจ้าตัวแสบก็โดนร่างโปร่งคว้าไหล่ทั้งสองข้างเอาไว้ ลิธัวเนียจ้องตาร่างบางเขม็ง
"ก็ครอบครัวน่ะแบบไหนล่ะ แบบพี่น้อง แบบพ่อแม่... หรือแบบ....." ร่างโปร่งก้มหน้าลงไปจนชิด จมูกของเขาสัมผัสกับจมูกเล็กๆของโปแลนด์
"หรือแบบสามีดีล่ะ..." ใบหน้าของคนมีสามีแดงแปร๊ดราวกับมะเขือเทศสุก ใบหน้าขาวเสหลบนัยน์ตาพราวระยับของอีกฝ่าย
"ไอ้บ้าลิธัวเนีย หลอกกันครั้งเดียวก็พอแล้วนะ... มุกเอพริล ฟูล เดย์เนี่ย ฉันไม่โง่อีกครั้งหนึ่งแล้วนะ" มือเรียวจับคางมนให้เงยขึ้นสบตาเขาอย่างเก่า
"ไม่ได้หลอกนะโปแลนด์..." ใบหน้าของร่างโปร่งจริงจังจนอีกฝ่ายชักเขิน "ฉันพูดจริงนะ" แล้วร่างโปร่งก็ก้มลงคลอเคลียแก้มใสๆจนมือเล็กๆต้องดันใบหน้าเขาออกห่าง
"นายมันอยู่ใกล้รัสเซียมากเกินไปแล้ว... ถึงได้กลายเป็นคนแบบนี้น่ะ" โปแลนด์หลุบตาลงมองพื้น ใบหน้าขาวๆยังซับสีแดงจัด
"ฉันรักนายนะ... เฟลิกซ์"
"แล้วไม่โกรธที่ฉันทำให้นายเสียงานแล้วเหรอ?" คนโดนบอกรักเอ่ยถาม
"ไม่แล้ว"
"ไม่โกรธที่ฉันแกล้งนายด้วย"
"อืม"
"ไม่ได้แกล้งหลอกวันเอพริล ฟูล เดย์ กันแล้วนะ" ลิธัวเนียหลุดยิ้มหน่อยหนึ่ง
"อืม ไม่ได้แกล้งแล้ว"
"งั้นฉันรักนายด้วยก็ได้... ไอ้บ้าโทริส..." ร่างโปร่งฉีกยิ้มกว้าง รับคำรักที่ไม่ได้มีความหวานแม้แต่น้อยด้วยความยินดี
งานนี้โดนเจ้านายด่าเรื่องโดดประชุมก็ถือว่าคุ้มล่ะ...
THE END
หวานและเน่า... ฮ่าๆๆๆ พยายามไม่ให้หวานเท่าไหร่แล้วนะคะ แต่มือมันพาไปอ่า... เพื่อนบอกว่าเราชอบคู่แปลกๆ= = แหม....คู่นี้เค้าน่ารักนะ... คาแร็กเตอร์ตัวละครแปลกไปบ้างเพราะเรากำลังเมานิยายที่นั่งอ่าน(เกี่ยว?) แต่ยังไงก็ถือว่าทันวันApril Fool day นะคะ น้องสาวบังคับให้นั่งแต่งจนเสร็จจนได้ เกือบพ้นวันโกหกไปแล้วค่ะ ฮ่าๆๆๆ ทันฉียดฉิวจริงๆ ก็นาฬิกาบ้านเค้ายังไม่เที่ยงคืนนี่ (ยังมีหน้าระรื่นเนอะ-*-)
จริงๆยังมีเบย์เอย์เลี่ยนๆอีกเรื่องที่แต่งจบแล้วด้วยล่ะ(บอกเพื่อ?) นั่นสิ.. ไปนอนรอดูฟุตบอลดีกว่า สุขสันต์วันเอพริล ฟูล เดย์อีกรอบค่ะ
edit @ 26 Apr 2009 17:36:07 by Clownie n'Clowdy
โทริส..เธอน่ารัก เธอกลายเป็นคนช่างแกล้งตั้งแต่เมื่อไหร่.. อย่าทำแบบเน้!!! หลงว้อย!!!
แต่เฟลิกซ์ บ้าๆๆๆ ฉันว่าเธอเล่นแรงอ่ะ ทำไมโกหกแบบนี้ด้วย ดูเถอะ เจ้าตัวเค้าห้อตะบึงมาเลยนะ!
#1 By othila on 2009-04-02 00:20